กลุ่มประเทศมาฟิลินโด

องค์การกลุ่มประเทศมาฟิลินโดเกิดขึ้นจากการริเริ่มของฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีมาคาปากัลป์ องค์การนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประสานความขัดแย้งระหว่างรัฐที่ประกอบด้วยชนเชื้อชาติมาเลย์เป็นหลักอันได้แก่สหพันธรัฐมลายา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ โดยอาศัยเจตนารมณ์ในการต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยม และความร่วมมือสมาคมประชาชาติทางเศรษฐกิจเป็นจุดยืนร่วมกันประธานาธิบดีมาคาปากัล ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ ศึกษาถึงลู่ทางในการประสานความขัดแย้งระหว่างทั้ง 3 ชาติ เมื่อปี 2506 ผลการวิจัยได้เสนอแนวความคิดเกี่ยวกับ “วงษ์ไพบูลย์แห่งสมาพันธรัฐมลายัน” โดยการรวมอินโดนีเซีย มลายา และฟิลิปปินส์ เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ต่อมา ฟิลิปปินส์ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้ง 3 ชาติขึ้น ณ กรุงมะนิลา ระหว่าง 30 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2506 ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยประธานาธิบดี ซูการ์โน แห่งอินโดนีเซีย ตนกู อับดุล ราห์มาน นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐมลายา และประธานาธิบดีมาคาปากัลป์ แห่งฟิลิปปินส์ ผู้นำทั้งสามได้ร่วมลงนามในปฏิญญามะนิลา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2506 ตกลงจัดตั้งองค์การกลุ่มประเทศมาผิลินโดขึ้น ปฏิญญาดังกล่าวระบุถึงวัตถุประสงค์สำคัญขององค์การ สรุปได้คือ

  • การธำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องระหว่างประเทศสมาชิก
  • การกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
  • ต่อต้านลัทธิอาณานิคมและจักรวรรดินิยมทุกรูปแบบ โดยยึดมุ่นในหลักการของความเสมอภาคและการกำหนดวิถีชีวิตของประชาชนตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ

เป็นที่น่าสังเกตว่าในระยะที่มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์การมาฟิลินโดขึ้นนั้น เป็นช่วงที่ความบาดหมางระหว่างชาติทั้งสามที่เกี่ยวข้องกำลังคุกรุ่นและพร้อมที่จะลุกลามออกไปได้ในทุกขณะ เนื่องจากในช่วงนั้นกำลังมีความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในมลายา โดยจะมีการผนวก บอร์เนียว ซาราวัก มลายา และสิงค์โปร์รวมเข้าด้วยกันเป็นสหพันธรัฐมาเลเซีย เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นชนวนแห่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างฟิลิปปินส์และมลายา โดยเฉพาะดินแดนบอร์เนียวทางเหนือ ซึ่งเรียกว่า ซาบาห์ อันเป็นส่วนหนึ่งที่จะถูกผนวกเข้าเป็นสหพันธรัฐมาเลเซียนั้น เป็นดินแดนที่ฟิลิปปินส์อ้างสิทิครอบครอง และเคยยื่นประท้วงต่ออังกฤษมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2505 ในขณะที่ดินแดนส่วนนี้ยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ นอกจากนั้น ผู้นำฟิลิปปินส์ยังเล็งเห็นว่า หากความพยายามในการจัดตั้งสหพันธรัฐมาเลเซียบรรลุผล ฟิลิปปินส์ประสบปัญหาเกี่ยวกับการเรียกร้องดินแดนส่วนนี้คืนมากขึ้น ดังนั้น ฟิลิปปินส์จึงปฏิเสธการรับรองสหพันธรัฐมาเลเซียโดยไม่ลังเลใจ

การปฏิเสธการรับรองสหพันธรัฐมาเลเซียของฟิลิปปินส์เมื่อปี 2506 ทำให้ความระหว่างทั้งสองชาติตึงเครียด และเสื่อมทรามลงจนถึงขึ้นตัดความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันในระยะเวลาต่อมา

ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ก็ค่อยๆ เสื่อมทรามลงโดยลำดับ เนื่องจากผู้นำทั้งสองฝ่ายต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน กล่าวคือ ประธานาธิบดีซูการ์โน แห่งอินโดนีเซีย ซึ่งชิงชังจักรวรรดินิยมตะวันตก มีทัศนคติว่า การจัดตั้งสหพันธรัฐมาเลเซียขึ้นเกิดจากการผลักดันของอังกฤษ ฝ่ายมาเลเซียก็มีทัศนะในเชิงลบต่อผู้นำอินโดนีเซีย โดยเห็นว่าซูการ์โน ประพฤติตนเป็นเครื่องมือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนั้น สาเหตุดังกล่าวประกอบกับปัญหาทางการเมืองภายในของอินโดนีเซีย ได้ยังผลให้ประธานาธิบดีซูการ์โน ประกาศนโยบายเผชิญหน้า โดยมุ่ง “บดขยี้มาเลเซีย” ด้วยการส่งทหารเข้าทำการจารกรรมและก่อการร้ายในดินแดนมาเลเซีย จนในท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายได้ประกาศระงับความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว อาจสรุปได้ว่า ความล้มเหลวขององค์การมาฟิลินโดเกิดขึ้นจากสถานการณ์แวดล้อมซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการรวมตัวของประเทศสมาชิกเข้าด้วยกัน นอกจากนั้นยังเป็นที่น่าสังเกตว่า จุดอ่อนของมาฟิลินโดนั้นเกิดจากจำนวนของประเทศทัวร์ต่างประเทศสมาชิกที่มีอยู่อย่างจำกัดและไม่สามารถจะเพิ่มขึ้นได้เนื่องจากเงื่อนไขเกี่ยวกับเชื้อชาติ อันมีผลให้องค์การขาดคนกลางที่มีสำนึกและคอยผสานผลประโยชน์ร่วมกันที่จะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทเมื่อถึงยามจำเป็น

แม้มาฟิลินโดประสบกับความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่อาจถือได้ว่าองค์การดังกล่าวมีส่วนเกื้อกูลต่อการก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนในระยะต่อมาอย่างสำคัญ เนื่องจากเป็นการชักจูงอินโดนีเซียซึ่งเดิมมุ่งให้ความสำคัญเฉพาะกับขบวนการกลุ่มประเทศเอเชีย-แอฟริกา ให้หันมาสนใจต่อความร่วมมือในระดับภูมิภาคขึ้นเป็นครั้งแรก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *