องค์การสนธิสัญญาป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO)
ย้อนหลังการก่อตั้งอาเซียน 0 Comments , , ,

องค์การสนธิสัญญาป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO)

ในระยะที่สงครามโลกครั้งที่สองยุติลงใหม่ๆ การแผ่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่จะคุกคามเสถียรภาพของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วยังขัดกับผลประโยชน์และยุทะศาสตร์ของสหรัฐฯในขณะนั้น ซึ่งมุ่งจะรักษาอิทธิพลของตนในเขตเอเชียต่อไปด้วย ความพยายามที่จะสกัดกั้นการเจริญเติบโตของฝ่ายคอมมิวนิสต์ทุกวิถีทางดังนั้น สหรัฐฯ จึงได้ริเริ่มแนวความคิดที่จะจัดตั้งองค์การพันธมิตรทางทหารขึ้นในลักษณะเดียวกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติคเหนือ โดยดึงพันธมิตรตะวันตก ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เข้าร่วมกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย ได้แก่ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และไทย ร่วมกันก่อตั้ง องค์การสนธิสัญญาป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2492 มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งการแผ่ขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในเอเชียด้วยหลักการยับยั้งทางการทหารควบคู่ไปกับกระชับความมั่นคงและความร่วมมือในด้านสังคม เศรษฐกิจและการศึกษาระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม ระยะหลังการก่อตั้งได้ไม่นาน SEATO ก็เริ่มคลอนแคลน ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากการขาดเอกภาพ และความขัดแย้งกันระหว่างภาคีสนธิสัญญา โดยเฉพาะฝ่ายที่เป็นประเทศมหาอำนาจ รวมทั้งสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่เปลี่ยนไป ผลจากการลดความตึงเครียดและการฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างจีบกันสหรัฐฯ กิจกรรมของ SEATO ซึ่งเดิมเน้นหนักทางด้านทหาร ซึ่งเป็นการต่อต้านการรุนรานด้านอาวุธก็ลดระดับลงเหลือเพียงโครงการฝึกอบรมการต่อต้านการก่อการร้ายเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นหลายฝ่ายก็เริ่มเห็นว่าโครงสร้างของ SEATO ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศในขณะนั้น จึงมีมติให้ SEATO มลายตัวไปในที่สุดในปี 2520

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในขณะที่ SEATO เป็นองค์การเพื่อความมั่นคงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในจำนวนสมาชิก 8 ประเทศ กลับมีชาติในภูมิภาคร่วมเพียง 2 ประเทศ คือ ไทยและฟิลิปปินส์ ในขณะที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ นั้น ก็มีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่น้อยมาก นอกจากนั้นในความคิดที่จะจัดตั้งองค์การดังกล่าวขึ้นมิได้เกิดจากความริเริ่มของประเทศสมาชิกในภูมิภาค ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ SEATO ไร้เสถียรภาพและขาดประสิทธิภาพจนต้องยุงเลิกไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ความร่วมมือในกรอบของ SEATO จะสิ้นสุดลงโดยพฤตินัย แต่พันธกรณีทางกฎหมายของสนธิสัญญาร่วมป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจจะมีผลต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ไปในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *