ยกระดับด่านสิงขร-เจดีย์สามองค์รับซูจีเยือนไทย

เอกชนเสนอยกระดับจุดผ่อนปรนสิงขร-เจดีย์สามองค์เป็นด่านถาวร เพิ่มการค้าไทย-เมียนมา รับซูจีเยือนไทย

นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาพร้อมรัฐมนตรีสำคัญ ระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย.นี้ คาดจะมีแนวทางร่วมมือด้านต่างๆ และลู่ทางการขยายการค้าระหว่างไทยกับพม่ามาให้เพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันมูลค่าการค้าทั้งหมดระหว่างไทยกับเมียนมาอยู่ที่ 2.61 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 33.4% จากมูลค่าการค้ากับทั่วโลกถึง 7.83 แสนล้านบาท ซึ่งหากไทยสามารถเพิ่มสัดส่วนการค้ากับเมียนมาให้ได้ 50-60% จากมูลค่าการค้าของเมียนมาที่มีกับทั่วโลก ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าไทยได้อีกเป็นแสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเมียนมาที่มาจากการค้าชายแดนอยู่ที่ 2.14 แสนล้านบาท หรือ 80.95% ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมด

ขณะที่หอการค้าไทย เสนอแนวทางการขยายการค้าระหว่างไทยกับเมียนมาดังนี้ 1.ยกระดับจุดผ่อนปรนพิเศษสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจุดผ่อนปรนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ให้เป็นด่านถาวร ซึ่งจะช่วยพัฒนาการค้าชายแดนให้มีมูลค่าสูงขึ้น โดยในปี 2558 จุดผ่อนปรนเจดีย์สามองค์มีมูลค่าการค้าประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนจุดผ่อนปรนพิเศษสิงขรมีการนำเข้าสินค้ามูลค่า 60.4 ล้านบาท และส่งออก 99 ล้านบาท

ข้อเสนอที่ 2 คือ เรื่องการทำวีซ่า ณ ด่านชายแดนไทย ซึ่งปัจจุบันไทยกับเมียนมาได้มีการยกเลิกการตรวจลงตราวีซ่าระหว่างกันเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้า-ออกทางอากาศเท่านั้น ซึ่งหากสามารถทำวีซ่า ณ ด่านชายแดนได้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจที่อยู่เมืองชายแดนของทั้งสองประเทศให้สามารถเดินทางติดต่อทำธุรกิจกันได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ชาวเมียนมาที่อยู่บริเวณชายแดนสามารถเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลและท่องเที่ยวในเมืองชั้นในของไทยอย่างพิษณุโลกและสุโขทัยช่วยเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวได้อีกทาง

สำหรับข้อเสนอที่ 3.ผลักดันเรื่องการขอขยายเวลาการข้ามแดน (Border Pass) จากปัจจุบันชาวเมียนมาสามารถข้ามแดนเข้ามาฝั่งไทย โดยเฉพาะบริเวณ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้เพียง 1 วันเท่านั้น จึงเสนอให้ผลักดันการขยายเวลาการข้ามแดนเป็น 7 วัน ซึ่งจะทำให้ชาวเมียนมาสามารถมีเวลาเข้ามาท่องเที่ยวและซื้อสินค้าในฝั่งแม่สอดได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าชายแดนบริเวณด่านแม่สอด-เมียวดี ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

“เข้าใจว่าที่ฝั่งไทยยังไม่สามารถให้ทำวีซ่า ณ ด่านชายแดนได้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเบื้องต้นมองว่าคนที่จะมาขอวีซ่าได้ก็ต้องมีหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลเมียนมาอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร” นายวิชัย กล่าว

สำหรับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานและบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างไทยกับเมียนมานั้น น่าจะทำให้ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือในการแก้ปัญหาด้านแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ กระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และช่วยขจัดปัญหาการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานได้

ที่มา : www.posttoday.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *